จำนวนเงินในบัญชี ปุ๊กกี้ หลังหันไปค้ายา จนถูกจับ

จำนวนเงินในบัญชี ปุ๊กกี้ หลังหันไปค้ายา จนถูกจับ

เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. เปิดเผยภายหลังการสืบสวน ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ประกอบด้วย นายหง เจิ้ง อี้ สัญชาติไต้หวัน นายชลวิทย์ คีตะตระกูล และ น.ส.พริสซิลลา จิวเมลลี่ หรือ ปุ๊กกี้ ชาลาล่า โดยคาดว่าจะสามารถขออำนาจศาลอาญาฝากขังได้ในวันนี้

โดย พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มดังกล่าวเข้าข่ายเป็นขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เพราะมีชาวต่างชาติ เข้าไปเกี่ยวข้องและมีการส่งออกของยาเสพติด ซึ่งทางเราได้ประสานไปยังทางการไต้หวันในเรื่องการติดตามตัวผู้ต้องหาอีก 1 รายที่หลบหนีไปได้ก่อนที่ชุดจับกุมจะไปถึง โดยชาวไต้หวันรายนี้มีหน้าที่เป็นคนสั่งซื้อและเป็นนายทุนมาดูของก่อนจะบินกลับไป

พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า การตรวจสอบเส้นทางการเงินของ ปุ๊กกี้ พบว่า มีเงินหมุนเวียนนับ 10 ล้านบาท ซึ่งมีทั้งได้มาจากยาเสพติดและเงินที่ได้จากวงการบันเทิง โดยมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาตรวจสอบ ขยายผลการจับกุม ทั้งเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ และผู้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในวงการบันเทิง หรือ นอกวงการบันเทิง

หากเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานไปถึงก็จะไม่ละเว้น ส่วนที่ผู้ต้องหาให้การว่ารับยาเสพติดมาจากย่านโชคชัย 4 จากการตรวจสอบเป็นเครือข่ายของชาวไทย อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นเครือข่ายในพื้นที่หรือเป็นเพียงจุดนัดรับเท่านั้น นอกจากนี้ยังสั่งการให้ตรวจสอบ Dark Web ที่อ้างว่ามีการเผยแพร่วิธีการนำเบกกิ้งโซดามาผสมกับยาเสพติดเพื่อเพิ่มปริมาณของยาเสพติดด้วย

รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสอบปากคำ ปุ๊กกี้ อีกครั้งในช่วงเช้า พบว่าปุ๊กกี้เริ่มมีอาการเครียด เมื่อเจาะลึกถึงสาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินมาก โดยครั้งนี้ถ้าทำได้สำเร็จจะได้ส่วนต่างจากการขายยาเสพติดกว่า 7 แสนบาท โดยเป็นผู้ติดต่อกับเครือข่ายชาวไต้หวัน ก่อนมีคนจัดหายาเคตามีนตามออเดอร์ ที่ชาวไต้หวันต้องการ มาส่งให้แต่ไม่รู้จักชื่อ

ส่วนกลุ่มเพื่อนสนิทและบุคคลใกล้ชิด 3 5 คน ที่อาจจะเป็นดาราที่ติดต่อและพบปะกันเป็นประจำ ทางเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ในการเสพยาเสพติดหรือร่วมกันค้ายาเสพติดหรือไม่

ในส่วนนายหง เจิ้น อี้ ผู้ต้องหาชาวไต้หวัน ที่ถูกจับได้นั้น เบื้องต้นจากการสอบปากคำ รับเพียงว่าได้รับจ้างให้มาลำเลียงยาเสพติดออกนอกประเทศเท่านั้น

ทั้งนี้จากข้อมูลทางการสืบสวนของตำรวจปราบปรามยาเสพติด พบว่า เครือข่ายค้ายาเคชาวไต้หวัน มีเคลื่อนไหวมานานแล้ว และจะติดต่อกับเครือข่ายคนไทยในการจัดหายาเสพติดจากแหล่งผลิตสามเหลี่ยมทองคำ ก่อนส่งชาวไต้หวัน เข้ามาดำเนินการในทุกขั้นตอน เพื่อลำเลียงยาเสพติดกลับไปที่ไต้หวัน ซึ่งพบว่าขณะนี้มีความต้องการเพิ่มมากขึ้น และยาเคเมื่อถูกส่งไปถึงไต้หวันจะมีราคาสูงถึง 10 เท่า

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ