ญาติงงหนัก เจ้าหน้าที่ไม่ให้นำศพ ออกจาก รพ. หากไม่จ่ายค่าโลง และใช้บริการรถเคลื่อนย้าย

ญาติงงหนัก เจ้าหน้าที่ไม่ให้นำศพ ออกจาก รพ. หากไม่จ่ายค่าโลง และใช้บริการรถเคลื่อนย้าย

เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ฯ พร้อมญาติผู้เสียชีวิต ได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลชื่อดังในจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อสอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับศพผู้เสียชีวิต หลังพบว่ามีเจ้าหน้าที่ไม่ให้ย้ายศพออกถ้าไม่ซื้อโลง หรือใช้บริการรถเคลื่อนย้าย

เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 61 จ.ต.ปิยะวัจน์ สุวรรณวงษ์ อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยอัมรินทร์ใต้ตอบโต้ภัยพิบัติ พาญาติผู้เสียชีวิตรายหนึ่งไปยังโรงพยาบาลสมุทรสาคร เพื่อขอพบกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล เพื่อถามเรื่องค่าใช้จ่ายเรื่องค่าโลงศพ และการขนย้ายศพ

จ.ต.ปิยะวัจน์ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่ามีญาติผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้ และไม่สามารถนำศพญาติออกได้เพราะไม่ยอมใช้บริการค้นย้ายศพ และใช้รถของโรงพยาบาล ซึ่งประชาชนได้ร้องเรียนมา ตนจึงได้เข้ามาช่วยเหลือในด้านนี้

นางสาวประนอม ศีลใจบุญ อายุ 30 ปี ญาติผู้เสียชีวิต ระบุว่า พ่อของตนคือ นายประเสริฐ ศีลใจบุญ อายุ 63 ปี เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 61 โดยหลังเสียชีวิตทางเจ้าหน้าที่ได้เอาศพลงมาอยู่ห้องดับจิต

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ถามตนว่าจะเอาศพไปไว้ที่ไหน ตนบอกเอากลับบ้านที่พิจิตร และถามต่ออีกว่ามีรถไหมจะเอารถอะไรมาใส่ ตนบอกมีทางมูลนิธิฯ จะมาช่วยเหลือ เขาบอกว่ามูลนิธิไว้ใจได้ไหม ไม่ใช่ไปส่งแล้วเรียกเงิน 4,000-5,000 บาท ญาติก็ให้

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากใช้ของโรงพยาบาล ทั้งค่าโลงค่ารถรวมกันเป็นเงิน 11,000 บาท ซึ่งน้องของตนบอกสูงไป ถ้าไม่เอารถ ขอแต่โลงค่าใช้จ่ายเท่าไร เขาบอก 5,000 บาท ค่ามัดจำ 1,000 บาท จากนั้นตนก็ให้เงินมัดจำไป เขาบอกอีก 4,000 บาท มาจ่ายพรุ่งนี้และจะออกใบเสร็จให้

หลังจากนั้นพอออกจากห้องตนก็โทรหามูลนิธิฯ ที่รู้จักเขาบอกจะให้โลงฟรี และขอให้ยกเลิกโลง ตนก็ไปบอกเจ้าหน้าที่ห้องดับจิต เขาก็ถามว่าโลงดีไหม ถ้าไม่ เอาโลงเงินมัดจำ 1,000 บาทก็สูญเปล่านะ ซึ่งความรู้สึกของตนกับโรงพยาบาลนั้นตนไม่เข้าใจว่าตนไปบอกคืน โลงเขา แต่ทำไมไม่จ่ายค่ามัดจำคืน เขาก็บอกว่า ถ้าไม่โลง เงินมัดจำก็สูญนะ และพรุ่งนี้น้องก็ต้องมาเสียอีก 1,000 บาทค่าทำศพ

ขณะเดียวกัน นายแพทย์ ธรรมวิทย์ เกื้อกูลเกียรติ รองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์โรงพยาบาลสมุทรสาคร ที่เดินทางมารับเรื่องร้องเรียน ระบุว่า วันนี้ตนมาทำความเข้าใจกับทางญาติผู้เสียชีวิตและสมาคมฯ โดยในการจัดการศพนั้นเป็นทางบริษัทเอกชน เข้ามารับดำเนินการ

ทั้งนี้ เนื่องจากทางโรงพยาบาลมีงานมากและบุคลากรไม่เพียงพอ ซึ่งตนพร้อมจะรับเรื่องไปดำเนินการในการตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และจะให้ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นผู้ชี้แจงให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

เบื้องต้นวันนี้ให้ญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทางญาติผู้เสียชีวิตและเจ้าหน้าที่ของสมาคม ก็ยินยอมและพอใจในการเจรจาดังกล่าวก่อนที่จะนำศพไปบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดพิจิตรต่อไป

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ