แชร์ต่อบอกบุญ!! ช่วงเวลาแห่งการสร้างกุศลปีใหม่ ในหลวง ร.9 ทรงสอนวิธีการทำบุญให้ได้กุศลมาก ประสบสิ่งดีงาม ชีวิตก้าวหน้า !!!

แชร์ต่อบอกบุญ!! ช่วงเวลาแห่งการสร้างกุศลปีใหม่ ในหลวง ร.9 ทรงสอนวิธีการทำบุญให้ได้กุศลมาก ประสบสิ่งดีงาม ชีวิตก้าวหน้า !!!

เพราะว่าทำสิ่งที่ดีที่งามที่ดีที่ชอบ ก็ต้องประสบความดี กรรมดีก็สนองด้วย แล้วก็มีความก้าวหน้า

          ในเวลาเดียวกัน  บางคนก้าวหน้ารวยมาก ร่ำรวย มีทรัพย์สมบัติมาก แต่ไม่มีความสุขเลย เพราะว่าทำจิตไม่ผ่องใส  บางทีคนก็เก่ง ทำงานทำการเก่ง แล้วก็ทำมาหากินได้เงินได้ทองเยอะแยะ  แต่ว่าในเวลาเดียวกัน  เมื่อได้เงินได้ทองมาแล้วไม่มีความสุข  มีบางคนที่บอกว่า  โอ๊ย... เงินทองเยอะแยะ ไม่รู้จะไปใช้อะไร  น่าแปลกว่า คนมีเงินมีทองมากไม่รู้ว่าจะไปใช้ทำอะไร  อันนี้ก็หมายความว่า เขาไม่ได้มีความสุข

 

            แต่ว่าผู้ที่ทำงานทำการมีเงินมีทอง ได้มีฐานะดีขึ้น  ในเวลาเดียวกัน สามารถที่จะใช้เงินทองในทางที่ดีที่งาม แล้วก็ทำให้เกิดความสุข  ผู้นั้นนะเป็นผู้โชคดีจริงๆ  ผู้นั้นเป็นผู้ที่มีความสำเร็จจริงๆ

           อย่างที่เคยบอกกับท่านว่า  เมื่อเข้าวัด เอาดอกไม้ไป จะเป็นดอกไม้ก็ตาม เป็นดอกไม้ใส่ในแจกันก็ตาม ไปวางที่พระพุทธรูป เห็นสวยงาม จัดการให้ดี  นั้นนะเป็นการบูชาพระ

เราเป็นผู้ที่ผ่องใส  เราจะเป็นผู้ที่กำลังมีความสุข  เพราะแม้แต่ดอกไม้ดอกเดียวซึ่งไม่มีราคาค่างวดมากนัก  แต่ว่าเป็นความสุขมากถ้าทำด้วยจิตใจที่ผ่องใส จิตใจที่ดี มีศรัทธาเลื่อมใส  ถ้าหากว่าเรามีเงินมากขึ้น เราก็ไปทำบุญเพิ่มขึ้น  ทำบุญด้วยจิตใจที่เป็นกุศลแท้ก็ทำให้มีความสุข  นี่เป็นกุศลที่แน่นอน

          อย่างเช่น ครั้งพุทธกาล  ผู้ที่จนมากได้ร่วมกุศลกับเศรษฐี  เศรษฐีก็ใช้เงินเป็นจำนวนถ้าอย่างสมัยนี้ก็เป็นล้านบาท  ส่วนผู้ที่จนนั้นนะก็ไปหาเงินมาได้มาถ้าสมัยนี้ก็เรียกว่าห้าบาทหรือสิบบาท ไม่มากนัก  แต่ว่าห้าบาทกับสิบบาทเปรียบเทียบกับล้านบาท เปรียบเทียบกันไม่ได้

            แต่อย่างไรก็ตาม  ในสมัยพุทธกาลนั้น ผู้ที่ได้ทำบุญเล็กน้อยได้ผลบุญมากก็มี  ท่านว่ากันว่า เทวดาบนสวรรค์แซ่ซ้องจนกระทั่งฟังเสียงได้  ว่าผู้ที่จนนั่นนะให้หมดทั้งหมด แล้วเทวดาก็แซ่ซ้อง  หมายความว่า ผู้ที่ทำบุญด้วยจิตใจที่อิ่มใจได้บุญมาก ...

(พระราชดำรัส เนื่องในโอกาสที่พระครูใบฎีกาเล็ก ญานุตตโร และคณะ เฝ้าถวายต้นเทียนพรรษาและเงิน เพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลตามพระราชอัธยาศัย  ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน  วันพุธที่ ๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๐.)

ที่มาจาก : หนังสือ ธรรมะจากพระโอษฐ์

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้