ปาดน้ำตาทั้งโซเชียล! พี่สาว "น้องโน็ต" หนุ่มฮีโร่ โดดช่วยเด็กจมน้ำ แต่ตัวเองดับ เปิดใจเล่าเรื่องน้องทั้งน้้ำตา กราบหัวใจ! (รายละเอียด)

ปาดน้ำตาทั้งโซเชียล! พี่สาว "น้องโน็ต" หนุ่มฮีโร่ โดดช่วยเด็กจมน้ำ แต่ตัวเองดับ เปิดใจเล่าเรื่องน้องทั้งน้้ำตา กราบหัวใจ! (รายละเอียด)

จากกรณี นายขันติโยธารักษ์ หรือน้องโน็ต อายุ 19 ปี มีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถ ได้ตัดสินใจกระโดดลงไปช่วยเด็กจมน้ำภายในอ่างเก็บน้ำบ้านพรุพรูเถื่อน ภายในซอยถนนควนตอ-พรุพลูเถื่อนหมู่ 2 ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง ทั้งที่ตัวเองว่ายน้ำไม่เป็นสุดท้ายสามารถเหวี่ยงเด็กมาถึงฝั่งจนรอดชีวิต แต่ตัวเองกลับจมน้ำหายไปแทนเจ้าหน้าที่ประดาน้ำได้ลงค้นหา ก่อนจะเจอแค่ร่างอันไร้วิญญาณ ซึ่งชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าผู้ตายมีนิสัยดี ชอบช่วยเหลือชุมชนและชาวบ้านอยู่เสมอจนเป็นที่รักของทุกคน โดยเหตุดังกล่าวได้เกิดขึ้นเมื่อวันที่16 ก.ค.ที่ผ่านมา ตามที่มีการนำเสนอข่าวมาแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 17กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังวัดโคกพิกุล ภาค 17 ม.7 ต.นาโยงใต้ ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งงานฌาปนกิจศพ บรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้ามีทั้งญาติๆ เพื่อนบ้าน รวมทั้งในตำบล ต่างมาช่วยกันจัดเตรียมของเพื่อเตรียมรับผู้มาร่วมงานในขณะที่โลกออนไลน์ต่างชื่นชมน้องโน็ตที่เอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้อีก 1 ชีวิตรอดจากความตายและอยากให้ภาครัฐเข้ามามีบทบาทในการดูแลในครั้งนี้

นางธัญยชนกพังค่า อายุ 49 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป พี่สาวของน้องโน็ต เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตาว่าน้องโน็ตเป็นน้องชายคนกลาง ในพี่น้องทั้งหมด 3 คนซึ่งตอนเล็กน้องคลอดได้เพียงแค่ 7 วันผู้เป็นพ่อก็ได้ไปมีครอบครัวใหม่ ต่อมาได้ศึกษาเล่าเรียนมาแค่ ชั้น ป.6 ก็ได้ออกจากโรงเรียนเพื่อมาหางานทำและเลี้ยงดูแม่ที่มีโรคประจำตัวหลายโรค จนกระทั้งมาได้ทำงานภายในอู่ธวัชในตัวเมืองตรัง ได้เงินเดือนละ 8,000 บาทโดยเงินทั้งหมดได้นำไปเลี้ยงดูแม่

นายวิกาศ ช่วยนวล อายุ 45 ปี เพื่อนบ้านที่อยู่ติดกัน เล่าว่า น้องโน็ตเป็นคนดีตอนเช้าก็ปั่นจักรยานไปทำงานหาขนมหากับข้าวไว้ให้แม่ตอนเช้าแล้วก็ปั่นจักรยานออกไปทำงานระยะทางจากบ้านไป ก็ประมาณ 10 กม ในตอนเย็นหลังจากทำงานเสร็จก็กลับบ้านพร้อมด้วยกับข้าวเพื่อที่จะเอามาฝากแม่และก็หลานๆน้องเป็นคนดีมาก ชาวบ้านรักเอ็นดูมากบางครั้งถ้าเกิดมีเทศกาลสำคัญก็จะชวนแม่ซ้อนท้ายจักรยานไปเที่ยวด้วยโดยทุกๆคนในหมู่บ้านจะเห็นหมด เพราะว่าน้องเขาเป็นเด็กดีมากและบางครั้งเกิดทรงกับเทศกาลอะไร สองข้างทางถนนน้องเขาจะไปทำความสะอาดก็คือตัดไม้ดายหญ้าโดยที่ว่าไม่ต้องมีใครใช้ ชาวบ้านในบริเวณเสียดายมากเสียดายน้องเขา ที่ต้องจากโลกนี้ไปในวัยนี้ทั้งๆ ที่เด็กรุ่นนั้นในสมัยนี้แทนทีจะไปอย่างอื่นแต่น้องเขากลับทำอีกอย่างแทนโดยการช่วยเหลือคนอื่น

ด้านนายวิโรจน์ พลวัฒน์ อายุ 46 ปี ผญบ.ม.2 ต.นาโยงใต้ เล่าว่า น้องโน็ตเป็นที่รู้จักของทุกคนในตำบล ตนเองรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ในครั้งนี้ยิ่งทราบว่าน้องโน็ตเป็นเด็กที่ชาวบ้านเอ็นดูสงสาร ซึ่งช่วยเหลือพ่อแม่และชุมชนมาโดยตลอดจากเหตุการณ์ครั้งนี้เห็นได้ว่า น้องโน็ต มีความรักเพื่อนฝูง และช่วยเหลือสังคม แต่ต้องมาจบชีวิตของตัวเองเสียก่อน ซึ่งขณะนี้ทางตนเองได้ประสานและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและช่วยเหลือครอบครัวต่อไปซึ่งในวันนี้ทางเจ้าหน้าที่ พัฒนาสังคม จ.ตรัง ได้เดินทางมาพบญาติๆเพื่อมาดูแลในเรื่องของภาวะจิตใจของทุกคนที่ย่ำแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว.

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ