หนุ่มใจดี ส่งข้าวส่งน้ำให้ยายชราข้างบ้านทุกวัน นาน10ปี จู่ๆ ยายเสียชีวิตกระทันหัน เขากลับเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันกับตัวเอง ชีวิตพลิกผันทันที!

หนุ่มใจดี ส่งข้าวส่งน้ำให้ยายชราข้างบ้านทุกวัน นาน10ปี จู่ๆ ยายเสียชีวิตกระทันหัน เขากลับเจอสิ่งที่ไม่คาดฝันกับตัวเอง ชีวิตพลิกผันทันที!

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีเรื่องราวอันน่าประทับใจระหว่าง เพื่อนข้างบ้านต่างวัย มีหนุ่มชื่อเหลี่ยวหนาน  เป็นเจ้าของร้านขายของใช้ทั่วไป ธุรกิจกำลังไปได้ดี

แต่มีสิ่งเดียวที่ทำให้เขากังวลใจคือ ยายแก่ข้างบ้านที่เก็บของเก่าขาย ดูท่าทางอายุ 70 กว่าปีได้ แกเดินเก็บของเก่าตามทางจนเต็มหน้าบ้าน เพื่อนบ้านต่างพากันว่ามันส่งกลิ่มเหม็นรบกวนคนอื่น แต่จะเข้าไปด่าก็เกรงจะไม่ดี ได้แต่อดทนไว้

วันหนึ่งใครก็ไม่รู้เอาเปลือกกล้วยมาทิ้งไว้หน้าบ้านของคุณยายคนนี้ทำให้แกลื่นล้มลงกับพื้น จนคุณยายไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ เหลี่ยวหนานจึงเรียกรถพยาบาลฉุกเฉินให้มาช่วยพาไปโรงพยาบาลทันที

หลังจากเอ็กซเรย์แล้วตรวจพบว่ากระดูกของคุณยายเปราะบางมาก แค่ลื่นล้มเบาๆก็ทำให้กระดูกต้นขาหักจำเป็นต้องเข้าเข้าเฝือก เมื่อคุณยายได้ยินดังนั้นก็รีบบอกหมอว่า "ไม่เอาไม่เข้าเฝือก ฉันจะต้องทำมาหากินจะเข้าไม่ได้"

คุณหมอจึงถามว่า "ลูกๆไปไหนแล้ว? ทำไมไม่มาดูแลคุณยายครับ"

คุณยายตอบว่า "ตาย...ตายหมดแล้ว"

สุดท้ายก็เข้าเฝือกให้คุณยาย จากนั้นเหลี่ยวหนานก็พาคุณยายมาส่งที่บ้าน เป็นครั้งแรกที่เหลี่ยวหนานได้เข้าไปในบ้านของคุณยาย ข้าวของในบ้านถูกจัดเรียงอย่างเรียบร้อย ไม่เหมือนของเก่าที่กองเต็มหน้าบ้านเหล่านั้น แต่ของภายในบ้านก็เก่ามากอยู่ดี

คุณยายมองเขาของตนเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์ รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เหลี่ยวหนานจึงบอกกับคุณยายว่า "ต่อไปนี้ผมจะทำอาหารเผื่อคุณยายทุกมื้อนะครับ แล้วจะส่งมาให้คุณยายทุกวันนะครับ"

เหลี่ยวหนานไปตลาดจัดการซื้อผักต่างๆเพื่อมาทำอาหารเผื่อคุณยายด้วย วันรุ่งขึ้นเหลี่ยวหนานต้มซุปกระดูกให้คุณยาย ตอนนั้นเองน้ำตาของคุณยายก็ร่วงลงมา ระหว่างที่กำลังกินข้าวอยู่นั้นจู่ๆแกก็เล่าเรื่องราวของตนเองให้เหลี่ยวหนานฟัง

แกบอกว่าแกเคยมีลูกชายคนหนึ่ง แต่ตอนอายุได้ 30ปี ก็เป็นโรคมะเร็งตับ ตอนที่ตรวจเจอก็สายไปแล้วเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย ลูกสะใภ้ก็หนีจากไป สามีก็ล้มป่วยด้วยโรคต่างๆเมื่อ 5 ปีก่อน ตอนนี้เหลือยายเพียงคนเดียว ก็ได้แต่พึ่งของเก่าที่เก็บมาแลกเงินซื้อข้าวไปวันๆ

เมื่อเหลี่ยวหนานได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสงสารยายคนนี้มาก ตนเองก็เพิ่งเสียพ่อไป อยู่บ้านเพียงลำพัง อายุ 30 กว่าแล้วยังไม่ได้แต่งงานเลย

หลังจากนั้นเหลี่ยวหนานก็เลี้ยงดูย้ายด้วยการส่งอาหารน้ำให้คุณยายทุกวัน วันละ 3 มื้อตลอด 10 ปีในระหว่างนี้ก็ได้เจอกับภรรยาและแต่งงานกัน ภรรยาของเหลี่ยวหนานก็เป็นคนมีน้ำใจและที่สำคัญฝีมือการทำอาหารก็เยี่ยมมาก ผมและคุณยายก็ชอบในฝีมือของเธอ เขาเป็นคนละเอียดอ่อนมากดูแลคุณยายเหมือนกับว่าเป็นแม่แท้ๆเลยก็ว่าได้

เมื่อเดือนที่แล้ว คุณยายอายุได้ 84 ปี ได้นอนหลับและจากไปอย่างสงบ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยยิ้ม เหลี่ยวหนานและภรรยาก็ได้จัดงานศพให้แก

และแล้ววันหนึ่งก็มีทนายความคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเหลี่ยวหนานในร้านขายของแล้วหยิบ หนังสือพินัยกรรมมาให้ดูแล้วบอกว่า คุณยายให้ผมเอาสิ่งนี้มาให้บอกว่า บ้านและทรัพย์สินทั้งหมดในบ้านขอมอบให้กับคุณ

วันต่อมาเหลี่ยวหนานก็ได้เข้าไปเก็บกวาดทำความสะอาดบ้านก็พบภาพวาดเก่าๆรูปหนึ่ง จึงนำไปให้นักโบราณดูและตีราคา ปรากฎว่าภาพวาดนี้มีราคาราว 5 ล้านบาท รวมๆกับข้าวของเก่าแก่ภายในบ้านและราคาบ้านแล้วก็ประเมินมูลค่าได้ 10 ล้านบาท เหลี่ยวหนานและภรรยาตัดสินใจเก็บบ้านไว้เพียงอย่างเดียว เงินจากการขายของเก่าที่มีมูลค่าภายในบ้านนั้นหลังการขายจะนำเงินไปบริจาคให้แก่มูลนิธีเพื่อคนพิการ

เพื่อนบ้านต่างหัวเราะเยาะบอกว่าทำแบบนี้โง่มากเลยรู้ไหม บางคนก็มาขอของเก่าบางชิ้นที่เหลืออยู่ แต่เหลี่ยวหนานไม่คิดอย่างนั้น เขาคิดว่าการทำดีไม่ต้องสนใจว่าคนรอบข้างจะว่าอย่างไร ขอเพียงมีใจทำแค่นี้ก็พอแล้ว

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ