เอาแล้วไง!! เมื่อ "ทนายเกิดผล" ออกมาพูดถึง "แพท ณปภา" แบบนี้ ชัดเลยอะไรยังไง?

เอาแล้วไง!! เมื่อ "ทนายเกิดผล" ออกมาพูดถึง "แพท ณปภา" แบบนี้ ชัดเลยอะไรยังไง?

#เหตุที่แพทมีวันนี้...
ข้อ 1.เนื่องจาก... แพท รับโอนเงิน จากสามี ที่
ปปส.เชื่อว่า เป็นเงิน หรือ ทรัพย์สิน ที่ได้มาเกี่ยวกับการค้า ยาเสพติด
ซึ่งพระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๒๒ บัญญัติว่า
มาตรา ๒๒ ในการตรวจสอบทรัพย์สิน ถ้าผู้ถูกตรวจสอบหรือผู้ซึ่งอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่าทรัพย์สินที่ถูกตรวจสอบไม่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือได้รับโอนทรัพย์สินนั้นมา
โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน หรือเป็นทรัพย์สินที่ได้มาตามสมควรในทางศีลธรรมอันดีหรือในทางกุศลสาธารณ ให้คณะกรรมการสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้จนกว่าจะมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องคดีซึ่งต้องไม่ช้ากว่าหนึ่งปีนับแต่วันยึดหรืออายัดหรือจนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องในคดีที่ต้องหานั้นหมายความว่า กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่า เป็นเงิน หรือ ทรัพย์สิน ที่ได้มาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการค้ายาเสพติด
แพทมีหน้าที่ต้องแสดงหลักฐาน ว่า เงินที่สามีโอนให้ เป็นเงินที่ได้มาจากทางอื่น ไม่ใช่เงินที่ได้มาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด
(ไม่ใช่ต่อสู้ว่า รู้ หรือ ไม่รู้ ว่า เงินที่สามีโอนให้จะมาจากหรือเกี่ยวเนื่องกับนาเสพติดหรือไม่ เพราะกฎหมายปิดปาก หลักเจตนา หรือ ขาดเจตนาไว้แล้ว แพท มีหน้าที่พิสูจน์อย่างเดียว คือ ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เงินที่สามีโอนให้เป็นเงินบริสุทธิ์เท่านั้น)

ถ้าแพทพิสูจน์ไม่ได้ กฎหมาย ถือว่า เป็นเงินที่เกี่ยวเนื่องจากยาเสพติด
ข้อ 2. นอกจากนั้น .พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๕๐ วรรคสาม ก็บัญญัติว่า...
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ หากผู้อ้างว่าเป็นเจ้าของหรือผู้รับโอนทรัพย์สินตามมาตรา ๕๐ วรรคหนึ่ง เป็นผู้ซึ่งเกี่ยวข้องหรือเคยเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับผู้กระทำความผิดมูลฐานหรือความผิดฐานฟอกเงินมาก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบรรดาทรัพย์สินดังกล่าวเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดหรือได้รับโอนมาโดยไม่สุจริต แล้วแต่กรณี

หมายความว่า ถ้าแพทรับโอนเงินมาจากสามีและ พิสูจน์ไม่ได้ ว่าเงินที่ได้มา มีที่มาที่ไปอย่างไร กฎหมายก็สันนิษฐานไว้ก่อนว่า #เงินดังกล่าวที่แพท #รับโอนมาจากสามีเป็นเงินที่ได้มาจากกระกระทำความผิด ในที่นี้ คือความผิดตามกฎหมายยาเสพติด
ข้อ 3 . เมื่อแพท รับเงินเงินจากสามี ที่เชื่อว่าได้มาจาก หรือเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด และพิสูจน์ไม่ได้ จึงเป็นความผิด ตามพระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔ มาตรา ๓ ที่ถือว่า ความผิดเกั่ยวกับยาเสพติดฯ เป็นความผิดมูลฐาน ตามกฎหมายฟอกเงิน ดังที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“ความผิดมูลฐาน” หมายความว่า
(๑) ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด...
ดังนั้น ทฤษฎีผลไม้ของตันไม้มีพิษ จึงถูกนำมาใช้กับคดีของแพท และถ้าศาลฟังว่า แพท มีความผิด ตาม พระราชบัญญัติ มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวเนื่องกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔
(ไม่ใช่ตาม ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด)
แพทจะต้องรับโทษตาทกฎหมาย ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ปล .แพท จะต่อสู้ว่าไม่รู้ไม่ได้ เพราะกฎหมายปิดปาก และถือว่า แพทรู้แล้วว่าเป็นเงินที่ได้มาจากหรือเกี่ยวกับยาเสพติด
แพทต้องพิสูจน์ได้กรณีเดียวว่า เงินที่สามีโอนให้ เป็นเงินบริสุทธิ เท่านั้น

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ