ไม่เป็นไรนะลูก!! คำพูดสุดท้ายก่อนแม่ตาย พอรู้ความจริงบางอย่างทำให้ผมเสียใจไปตลอดชีวิต! รู้เมื่อตอนสายไปแล้ว!!

ไม่เป็นไรนะลูก!! คำพูดสุดท้ายก่อนแม่ตาย พอรู้ความจริงบางอย่างทำให้ผมเสียใจไปตลอดชีวิต! รู้เมื่อตอนสายไปแล้ว!!

 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีร้านขายวัสดุอุปกรณ์สำหรับงานแต่งงานและงานศพชื่อ "เพื่อนของชีวิต"เปิดตั้งแต่ปี ค.ศ.2008 ทุกวันจะมีการจัดกิจกรรม "จดหมายแทนใจ" จัดขึ้นเพื่อเชิญชวนพี่น้องเขียนจดหมาย เกี่ยวกับความรู้สึกขอบคุณหรือเสียใจถึงญาติที่เสียไป จดหมายที่ถูกเลือกจะถูกส่งให้กับนักเขียนการ์ตูน "กำปั้นเหล็ก" จากจะวาดเป็นภาพเคลื่อนไหว  และจดหมายที่ถูกเลือกในครั้งนี้คือ จดหมายที่คุณฟูโตะชิ โยดาอายุ 54 ปี เขียนจดหมายให้แม่ของเขาที่จากไป ในหัวข้อที่ว่า  "หัวเข่าของแม่"

คุณฟูโตะชิเขียนว่า พ่อของเขาล้มป่วยเมื่อปี ค.ศ.2000  ร่างกายอ่อนแอ ไม่มีเรียวแรง แม่จะเป็นคนคอยช่วยพยุงคุณพ่อที่ตัวสูงกว่ามาก ขึ้นลงบันไดแม่ก็เป็นคนแบก เมื่อผมกลับบ้านไปเจอสภาพแบบนั้น จึงบอกแม่ว่า "ผมจะช่วยแบกพ่อเองนะ" แต่ แม่จะบอกเสมอว่า  "ไม่เป็นไรจ๊ะ  เดี๋ยวจะทำให้กระทบถึงเอวได้นะ"

หลังจากนั้นไม่กี่วัน ขณะที่แม่ส่งพ่อไปโรงพยาบาล ตนเองก็รีบขับรถจักรยานเพื่อออกไปซื้อ ที่ตรงสี่แยกไม่ทันระวังจึงฝ่าไฟแดงไปทำให้รถชนแม่เสียชีวิต ในเช้าวันนั้น ที่จริงแล้วผมได้โทรกลับไปหาแม่และพูดด้วยความห่วงใย และถามไถ่สุขภาพของพ่อด้วย แม่บอกว่า  "พ่อไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะ" ผมจึงบอกแม่ว่า "แบกพ่อขึ้นลงบันไดไม่ดีต่อสุขภาพนะ อย่างฝืนเกินไปนะครับ ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องแบก」 แม่ตอบคำเดิมเสมอว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร แม่ไม่ได้ปวดไหล่นานแล้ว"

Advertisement

หลังจากรับโทรศัพท์ของทางโรงพยาบาลแจ้งเกี่ยวกับแม่ถูกรถชน ผมรีบไปโรงพยาบาลทันที ไม่ทันได้พบหน้าแม่ครั้งสุดท้าย ในโรงพยาบาลนั้นเองผมก็ได้บอกว่าข่าวแม่เสียชีวิตให้พ่อได้รับรู้  ในขณะนั้นคนรอบข้างถอนหายใจด้วยความโศกเศร้า ผมไม่มีวันลืมภาพที่ผม เปิดลิ้นชักโต๊ะในห้องของแม่ ข้างในมีที่สายรัดเข่า แผ่นรัดพยุงเข่า ที่เคยใช้แล้วมากมาย

แม่พูดแต่คำว่า "ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร" อยู่ตลอดเวลา ทั้งๆที่แม่ลำบากทนเจ็บ แต่ลูกไม่ได้เรื่องอย่างผมกลับช่วยอะไรแม่ไม่ได้เลย ผมรู้สึกผิดมากจนไม่กล้าปิดลิ้นชักของแม่  "แม่ไม่เจ็บไหล่เลย" นั้นก็เป็นอีกคำโกหกของแม่ ที่ทำให้ผมยิ่งคิดยิ่งเจ็บปวดเขาไม่เคยคิดสงสัยคำพูดของแม่เลย กลับเชื่อคำว่า "ไม่เป็นไร" มาตลอด  หรือนั่นอาจจะเป็นคำปลอบใจตนเองว่า "ไม่เป็นไร" เพราะลูกชายคนเดียวของบ้านต้องออกไปทำงานหนักนอกบ้านทุกวัน เพื่อความเป็นอยู่ของทั้งบ้าน แม่จึงไม่อยากทำให้ผมเหนื่อยและเป็นกังวลใจเขายังบอกอีกว่า

"หากวันไหนผมได้ไปอยู่กับแม่ที่บนสวรรค์ ผมจะช่วยแม่นวดเข่าและทั่วตัวให้แม่ ขอบคุณมากครับแม่"

เป็นเรื่องราวที่น่าคิดว่า คุณลองมองกลับมาดูคนใกล้ตัวคุณว่า วันนี้ห่วงใยพวกเขาหรือยัง? 

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ