กระจ่างแล้ว!! รู้ไว้สักนิดก่อนคิดจะกิน ไขข้อสงสัยกับ 13 ปริศนาของ ”ยาคูลท์” ที่จะทำให้คุณนอนตายตาหลับสักที !??

กระจ่างแล้ว!! รู้ไว้สักนิดก่อนคิดจะกิน ไขข้อสงสัยกับ 13 ปริศนาของ ”ยาคูลท์” ที่จะทำให้คุณนอนตายตาหลับสักที !??

  นมนี้ก็ยังเหมือนเดิม แถมดื่มกันมาจากรุ่นสู่รุ่น แต่ก็แอบแฝงไว้ด้วยคำถามมากมาย ที่คนชอบสังเกตต่างตั้งข้อสงสัย อาทิ ทำไมไม่เปลี่ยนขนาดขวดบ้าง ทำไมไม่มีแบบกล่อง และคำถามอื่นๆอีกมากมาย วันนี้ไข่เจียวจะพาไปไขข้อสงสัยเกี่ยวกับยาคูลท์กันแบบหมดเปลือก จะมีอะไรบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ

1.ยาคูลท์คืออะไร ?  ยาคูลท์เป็นผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยวที่มีจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์นับพันล้านตัว ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งได้มาจากการหมักนมกับน้ำตาลกลูโคส โดยใช้จุลินทรีย์ชิโรต้า ยาคูลท์ไม่ใช่เป็นเพียงนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต แต่เป็น "โพรไบโอติก (Probiotics)" หรืออาหารเสริมที่มีแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์ต่อร่างกาย จุลินทรีย์ชิโรต้า หรือ แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า ได้ถูกคัดเลือกมาโดยเฉพาะ เพราะมีความสามารถทนต่อสภาวะความเป็นกรดที่รุนแรงในกระเพาะอาหารของคนเรา และทนต่อความเป็นด่างที่รุนแรงของน้ำดี สามารถมีชีวิตอยู่รอดได้ในลำไส้ และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพของเราได้

2) ในขวดยาคูลท์มีอะไรบ้าง ? นมคืนรูปขาดมันเนย 50% - น้ำตาล 18% - จุลินทรีย์กรดนม (แลคโตบาซิลลัส คาเซอิ สายพันธุ์ ชิโรต้า) ในยาคูลท์ 1 ขวด (80 cc.) มีจุลินทรีย์ชิโรต้าที่ยังมีชีวิตอยู่ประมาณ 8 พันล้านตัว

3) ยาคูลท์มีรสชาติคล้ายนมหรือโยเกิร์ตหรือไม่ ? ไม่เหมือน เพราะ รสชาติของยาคูลท์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ให้ความสดชื่น

4) ยาคูลท์แทนที่โยเกิร์ตได้หรือไม่ ? ทั้งยาคูลท์ และ โยเกิร์ต จัดเป็นนมเปรี้ยวเช่นเดียวกันซึ่งได้มาจากการหมักนมด้วยจุลินทรีย์ที่มีชีวิต แต่สำหรับยาคูลท์มีคุณลักษณะพิเศษที่ว่า ใช้จุลินทรีย์ชิโรต้า Lactobacillus Casei Shirota Strain ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะของทางยาคูลท์ที่ต่างจากแบคทีเรียที่ใช้ในโยเกิร์ต และยาคูลท์ถูกผลิตขึ้นมาด้วยวัตถุประสงค์ที่จะให้จุลินทรีย์ชิโรต้า ช่วยรักษาสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ อันจะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5) ยาคูลท์มีสารกันบูดหรือไม่ ? ยาคูลท์ไม่มีการเติมสารกันบูด และสารกันการตกตะกอน (Stabilizer) เพราะกรดนมในยาคูลท์ที่เกิดจากจุลินทรีย์ชิโรต้า ถูกสร้างขึ้นในระหว่างกระบวนการหมักที่ช่วยป้องกันไม่ให้ผลิตภัณฑ์เน่าเสีย

6) ทำไมต้องดื่มครั้งละ 1 ขวด ? แนะนำให้ดื่ม 1 ขวดต่อวัน เพื่อส่งเสริมสมดุลด้านบวกของแบคทีเรียจำเป็นในลำไส้ ซึ่งการดื่มวันละ 1 ขวดจะได้รับแบคทีเรียในปริมาณที่พอดี แต่หากต้องการเสริมระบบขับถ่ายก็สามารถดื่มสองขวดได้

7 เด็ก – สตรีมีครรภ์กินได้หรือไม่? เด็กอายุมากกว่า 1 ปีสามารถดื่มได้ แต่ไม่แนะนำให้เด็กที่มีประวัติแพ้นมวัวดื่ม ส่วนผู้หญิงสามารถดื่มได้ แถมยังให้ผลดีอีกด้วย เพราะในยาคูลท์มีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เมื่อดื่มแล้วอาการท้องผูกหรืออาหารไม่ย่อยในระหว่างตั้งครรภ์จะหายไป รวมไปถึงผู้รับประทานมังสวิรัติที่สามารถดื่มยาคูลท์ได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งของโภชนาการที่สมดุลต่อร่างกาย

8) ทำไมต้องดื่มจากขวด ? บริษัทยาคูลท์ประเทศไทยมีนโยบายรณรงค์ให้ผู้บริโภคดื่มยาคูลท์จากขวดยาคูลท์โดยตรง เพื่อลดปริมาณการใช้หลอด        
9) ขวดยาคูลท์ทำจากอะไร!? ขวดยาคูลท์ทำมาจากพลาสติก Polystyrene ที่สามารถใช้บรรจุอาหารได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และสามารถย่อยสลายได้ ส่วนวัสดุปิดฝาขวดคือ Aluminum Foil ที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค       
10) ไม่ต้องแช่ตู้เย็นได้ไหม ? ยาคูลท์ ควรเก็บไว้ที่อุณหภูมิต่ำกว่า 8 oC เพื่อคงคุณภาพของยาคูลท์ และถึงแม้จะนำยาคูลท์มาแช่แข็ง Lactobacillus Casei Shirota Strain จะยังมีชีวิตอยู่

11) ยาคูลท์กับโรคเบาหวาน การรับประทานยาคูลท์ในปริมาณที่มากจนเกินไป ก็อาจจะทำให้ร่างกายได้รับน้ำตาลมาก ซึ่งบุคคลที่เป็นโรคเบาหวานควรปรึกษาแพทย์เพื่อการได้รับประโยชน์ที่เหมาะสม       
12) เพราะอะไรยาคูลท์ถึงต้องซื้อกับสาวยาคูลท์เท่านั้น เพราะกระบวนการผลิตที่หลากหลายขั้นตอน ทำให้ยาคูลท์ผลิตได้ไม่เพียงพอ และบริษัทเองก็มีนโยบายไม่ให้สาวยาคูลท์ตกงาน       
13) ที่มาของวลี "ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ" ? สาวยาคูลท์เริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1963 และเนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อยาคูลท์ในอดีตนั้นเป็นแม่บ้าน การมีคนส่งยาคูลท์เป็นผู้หญิงก็จะมีการแนะนำเรื่องสุขภาพให้กัน และสาวยาคูลท์ส่วนมากก็จะมีความรู้รอบตัวที่แน่น ถามอะไรก็ตอบได้หมด เลยเป็นที่มาของวลีฮิต "ถามสาวยาคูลท์ดูสิคะ"

กระจ่างกันเลยทีเดียว เพราะแบบนี้นี่เอง ยาคูลท์ถึงมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ทั้งบรรจุภัณฑ์ ขนาด รสชาติ ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยจริงๆ

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ