น้ำตาไหลเป็นสาย!! ฉันป่วยหนัก "ถึงขั้นต้องเปลี่ยนไต"  แต่พอพี่ชายรู้ว่าไตของเขาสามารถต่อลมหายใจฉันได้ เขากลับหนีหายไปไม่รู้สาเหตุ!! จู่ๆ เขากลับมาพร้อมพูดประโยคสุดสะเทือนใจแบบนี้!!

น้ำตาไหลเป็นสาย!! ฉันป่วยหนัก "ถึงขั้นต้องเปลี่ยนไต" แต่พอพี่ชายรู้ว่าไตของเขาสามารถต่อลมหายใจฉันได้ เขากลับหนีหายไปไม่รู้สาเหตุ!! จู่ๆ เขากลับมาพร้อมพูดประโยคสุดสะเทือนใจแบบนี้!!

ในโรงพยาบาลมีสาวน้อยคนนึงที่ทรมานจากอาการเลือดเป็นพิษ เธอชื่อหนูเล็ก หนูเล็กมีพี่ชายคนนึงที่เป็นใบ้ แต่อารมณ์ดียิ้มได้ทั้งวัน เขาเป็นคนพาเธอมาโรงพยาบาล

ชีวิตของหนูเล็กน่าสงสาร เธอเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่ยังเด็ก พี่ชายเป็นคนเลี้ยงดูเธอมา

เงินทองที่มีก็ใช้ไปจนหมดแล้ว แต่พี่ชายก็ทนเห็นน้องสาวนอนรอความตายที่บ้านไม่ได้ ก็พาน้องสาวใส่รถเข็นที่ทำจากไม้ที่เขาทำเอง ใช้เวลาหลายวัน ลากน้องสาวมาที่โรงพยาบาล

คุณหมอหลายๆคนซาบซึ้งกับความรักของพี่น้องคู่นี้ หลักจากโรงพยาบาลได้ทำการตรวจร่างกาย ก็ตัดสินใจช่วยผ่าตัดเปลี่ยนไตให้เด็กหญิงโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย และผู้บริจาคก็คือพี่ชายใบ้ของเธอเอง คุณหมอพาพี่ชายไปตรวจว่าเนื้อเยื่อสามารถเข้ากันได้มั้ย ปรากฎว่าผ่านฉลุย เวลาผ่าตัดก็ได้กำหนดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พี่ชายเป็นใบ้ยังไม่รู้ว่าคุณหมอจะให้เขาทำอะไร ก็ยังเดินตามคุณหมอขึ้นๆลงๆพร้อมกับยิ้มอยู่ตรงนั้น

คุณหมอพาเขาไปที่ออฟฟิศ วาดรูปอธิบายให้เขาเข้าใจว่า จะเอาไตของเขาไปเปลี่ยนให้น้องสาว วาดอยู่เป็นวัน จนทั้งหมอทั้งพี่ชายเหนื่อยหอบ ถึงสามารถทำให้พี่ชายเข้าใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น แล้วทันใดนั้นเอง รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็จางลง มองคุณหมออย่างตกใจ

คุณหมอเห็นสีหน้าเขาก็อธิบายต่อ : “เอาไตของเธอให้น้องสาว น้องจะได้มีชีวิตรอด ไม่เปลี่ยน น้องของเธอก็จะตาย”

ครั้งนี้ดูเหมือนพี่ชายจะเข้าใจถ่องแท้ เขาก้มหน้าลง หน้าถอดสี มีความลังเล

ผ่านไปไม่กี่อึดใจ เขาก็เงยหน้าขึ้น พยักหน้าแรงๆ คุณหมอดีใจรีบตบไหล่เขา ให้เขากลับไปรอที่ห้องผ่าตัด

แต่แล้วก็ไม่มีใครคาดถึง บ่ายวันนั้น พี่ชายเป็นใบ้ก็หายตัวไป

คืนนั้นทั้งคืนเขาไม่ได้กลับมาที่โรงพยาบาล วันที่สองทั้งวันก็ไม่มีใครเห็นเงาของเขา

กระเป๋าเสื้อผ้าและของทุกอย่างของเขายังอยู่ เงินที่เอามาก็ยังอยู่ ดูเหมือนจะไปด้วยความรีบร้อน

คุณหมอถามหนูเล็ก : “พี่ชายของหนูไปไหน เขาได้บอกอะไรหนูไว้มั้ยก่อนไป”

หนูเล็กตอบ : “เขาบอกว่าจะกลับบ้านแป็ปนึง”

แล้วคุณหมอก็นึกถึงสีหน้าแย่ๆของเขาตอนบอกว่าจะผ่าตัดเปลี่ยนไต พร้อมกับขมวดคิ้ว : “จะผ่าตัดอยู่แล้ว จะกลับบ้านไปทำไม”

หนูเล็กทั้งเป็นกังวลทั้งสงสัยจึงถามออกมา : “หนูก็ไม่รู้ว่าพี่กลับบ้านไปทำไม เขาอ่านหนังสือไม่ออก แถมไม่เคยเข้ามาในเมือง จะหลงทางไปมั้ยคะ”

คุณหมอไม่กล้าบอกถึงสิ่งที่สงสัยใจจิตใจ กลัวหนูน้อยจะเสียใจ ก็เลยปลอบเธอว่า : “ไม่ต้องเป็นห่วง เราส่งคนออกไปตามหาแล้ว เขาไม่หายไปไหนหรอก”

ทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว รอแค่ไตที่จะมาเปลี่ยน แต่ไอ้ไตนี่แหล่ะที่หายไป แถมอาการของผู้ป่วยก็รอต่อไปแทบไม่ไหว ทำให้คุณหมอกังวลมาก

อีกวันผ่านไป พี่ชายก็ยังไม่กลับมา หมอและพยาบาลทั้งโรงพยาบาลรู้เรื่องนี้ แม้ว่าจะไม่มีใครพูดออกมา แต่ทุกคนคิดอยู่ในใจ สงสัยว่าพี่ชายจะหนีไปแล้ว

Advertisement

ในอดีตก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในโรงพยาบาลบ่อยๆ พาคนไข้มาส่ง พอได้ยินว่าจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนตับเปลี่ยนไต ต้องใช้เงินกี่หมื่น กี่แสนค่าผ่าตัด ญาติคนไข้ก็จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย โยนให้คนไข้เป็นความรับผิดชอบของโรงพยาบาล จนคนไข้ออกจากโรงพยาบาลได้ ก็ยังไม่เห็นหน้าญาติอีกเลย

แต่กรณีนี้ไม่เหมือนกัน พี่ชายออกจะรักน้องสาว แถมเป็นคนเลี้ยงมากับมือ

ใครก็คิดไม่ถึงว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ ทุกคนล้วนถอนหายใจ : คนเราเนี่ยนะ ยังไงก็เห็นแก่ตัว แต่ก็เป็นห่วงว่าหนูเล็กจะรับเรื่องนี้ไม่ได้ คุณหมอและพยาบาลก็เลยไม่มีใครพูดเรื่องพี่ชายต่อหน้าเธออีก

แต่หนูเล็กก็เข้าใจเรื่องราวทุกอย่างได้จากสีหน้าของทุกคน เธอกลายเป็นคนซึมๆ ไม่มีรอยยิ้มอีกเลย วันๆก็นั่งน้ำตาไหล

แล้วก็มีนักข่าวมาที่โรงพยาบาล เพราะได้ยินเรื่องนี้ แล้วเห็นว่าน่าจะขายได้ ก็เลยมาขอสัมภาษณ์หนูเล็ก

นักข่าวถาม : “ดูจากสถานการณ์แล้ว น่าจะมีแต่พี่ชายที่เปลี่ยนไตให้หนูได้ แต่เขาหายตัวไปแล้ว หนูรู้สึกยังไงบ้าง?”

หนูเล็กได้ยินก็น้ำตาไหล : “พวกคุณอย่ามาพูดมั่วๆ พี่ไม่มีวันทิ้งหนู เขาจะต้องกลับมา!”

นักข่าวไม่กล้าถามทำร้ายจิตใจเธออีก การสัมภาษณ์ก็เลยจบลง เช้าตรู่ของวันต่อมา ข่าวนี้ก็ดังไปทั่ว

ตอนกลางวันมีผู้คนมากมายมาที่โรงพยาบาลเพื่อแสดงความเป็นห่วงหนูเล็ก และมีหลายๆคนที่ยินดีมอบไตให้เธอ

ผ่านการตรวจสอบ ก็ได้ไตที่เหมาะกับเธออย่างรวดเร็ว

การผ่าตัดกำลังจะเริ่มขึ้น ผู้บริจาคไตสวมชุดของโรงพยาบาล นอนอยู่บนเตียงข้างๆเด็กหญิง

แล้วตอนนั้นเองก็มีคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องคนป่วย เขาก็คือพี่ชายที่เป็นใบ้นั่นเอง เขาดึงมือน้องสาวให้ลุกจากเตียง น้องสาวยิ้มหน้าบาน แล้วตัวเองก็ขึ้นไปนอนแทนพร้อมห่มผ้าอีกต่างหาก ทุกคนเห็นภาพนั้นแล้วก็สงสัย : “ทำไมเขากลับมา?”

เมื่อหนูเล็กได้เจอพี่ชายก็ดีใจมาก ใช้ภาษามือที่เข้าใจกันแค่สองคนพี่น้องคุยกันยาว

แล้วสักพัก น้องสาวก็น้ำตาไหลออกมาไม่หยุด จนพี่ชายต้องรีบกระโดดลงจากเตียงมากอดปลอบใจ

คนในห้องสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ การผ่าตัดต้องล่าช้าไปอีกแล้ว

นักข่าวคนนั้นเดินเข้ามาในห้องอีกครั้ง แล้วถามหนูเล็กด้วยความสงสัย : “ตอนนี้ทุกคนอยากรู้ว่า เมื่อกี้หนูคุยอะไรกับพี่?”

หนูเล็กเช็ดน้ำตา แล้วตอบ : “หนูถามพี่ว่ากลับบ้านไปทำไม ในเมื่อโรงพยาบาลผ่าตัดให้ฟรีๆ พี่บอกว่าเขารู้แล้ว หลายวันนี้เขากลับบ้านไปปลูกผัก แล้วก็กลัวว่าหลังผ่าตัดจะดูแลไม่ไหวก็เลยขายวัวขายแพะที่เลี้ยงไว้เสีย แล้วผ่าฟืนไปอีกวันเต็มๆ หนูจะได้มีฟืนไว้ใช้ได้อีกครึ่งปี น้ำก็เติมไว้จนเต็มถัง”

นักข่าวถามอย่างสงสัย : “ทำไมพี่หนู…”

หนูเล็กใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มและน้ำตา : “หนูก็ถามพี่แบบนี้ พี่บอกว่า คุณหมอจะเอาไตพี่มาเปลี่ยนให้หนู พี่ยังบอกต่อว่า หลังผ่าตัดให้เผาศพเขาในเมืองนี่แหล่ะ เอาเถ้ากระดูกกลับไปนิดหน่อยพอ ถ้าเอาศพกลับไปบ้านต้องใช้เงินเยอะ”

คนทั้งห้องอึ้งไปตามๆกัน : ที่แท้พี่ชายเป็นใบ้ไม่ได้จะทิ้งน้องสาว

แต่เขากลับบ้านไปเตรียมทุกอย่างไว้ให้น้องหลังผ่าตัดเสร็จ เพราะคิดว่าพอตัวเองให้ไตน้องสาวไปแล้วจะต้องตาย

นักข่าวเองก็น้ำตาซึม เดินมาขอจับมือพี่ชาย แล้วว่า : “คุณเป็นพี่ที่ดี”

พี่ชายไม่รู้ว่านักข่าวพูดว่าอะไร ก็ได้แต่ยิ้มตอบ แล้วตอนนั้นเองทุกคนก็รู้สึกว่ารอยยิ้มของเขาช่างน่ารัก

ที่มา:liekr

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ