สุดช็อก!! ลูกชายวัย 2 ขวบ เล่นอยู่ในบ้านดีๆ แต่จู่ๆ เลือดกำเดาไหลจนหมดสติ พอไปให้หมอตรวจกลับพบความจริงบางอย่าง? ทำให้เธอต้องเสียลูกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ รู้ว่าเพราะอะไร ระวังไว้ให้มาก!!!?

สุดช็อก!! ลูกชายวัย 2 ขวบ เล่นอยู่ในบ้านดีๆ แต่จู่ๆ เลือดกำเดาไหลจนหมดสติ พอไปให้หมอตรวจกลับพบความจริงบางอย่าง? ทำให้เธอต้องเสียลูกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ รู้ว่าเพราะอะไร ระวังไว้ให้มาก!!!?

เรื่องราวมีอยู่ว่า มีเด็กวัย2 ขวบคนหนึ่งกำลังเล่นอยู่ในบ้าน และแข็งแรงปกติ จู่ๆมีเลือดไหลออกมาจากจมูกเจ้าตัวน้อย เมื่อแม่ของเด็กน้อยเห็นแล้วก็รีบให้เด็กเงยหน้าขึ้นและได้หยิบทิชชู่มาปิดจมูกของเด็กน้อยไว้ พอได้สักพักเด็กน้อยรายนี้ก็เริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกและต้องใช้ปากหายใจแทน และไม่นานเด็กน้อยรายนี้ก็ล้มลงกับพื้น จนแม่ของเด็กต้องรีบส่งตัวลูกไปโรงพยาบาลทันที

หลังจากที่ทางแพทย์ตรวจสอบดู แพทย์ต้องแจ้งข่าวร้ายกับแม่ของเด็กอย่างเสียใจว่า “พาเด็กมาช้าเกินไป เด็กเสียชีวิตลงแล้ว” แม่ของเด็กฟังแล้วถึงกับช็อคจนเป็นลมทันที แพทย์กล่าวว่า เวลาเด็กเลือดกำเดาไหล การที่เงยหน้าขึ้นนั้นจะทำให้เลือดไหลไปสู่ระบบทางเดินหายใจได้และมีโอกาสสูงที่จะทำให้เด็กหายใจไม่ออก เวลาได้รับบาดเจ็บจนเลือดกำเดาไหล อาจเป็นเพราะว่ากะโหลกศีรษะได้รับบาดเจ็บจนน้ำไขสันหลังไหลออกมาก็ได้ ถ้าอุดตันจมูกในตอนนี้อาจนำไปสู่สมองติดเชื้อก็ได้

จากนั้นเมื่อเด็กมีอาการเลือดกำเดาไหล พ่อแม่ผู้ปกครองทั้งหลายควรปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างไรจึงจะถูกต้อง
1. ใช้ผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งช่วย
ในขณะที่เลือดเพิ่งไหลออกมาหรือยังไหลไม่มาก ให้คุณพ่อคุณแม่ใช้ผ้าเย็นหรือถุงน้ำแข็งวางบริเวณหน้าผากและลำคอของเด็ก หรือให้เด็กบ้วนปากด้วยน้ำเย็น เพื่อให้เลือดแข็งตัวและหยุดไหลได้เร็วขึ้น

2. บีบจมูกด้วยนิ้ว
คุณพ่อคุณแม่ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบที่จมูกของเด็กตรงบริเวณสูงขึ้นเลยปลายจมูกขึ้นมาเล็กน้อยเป็นเวลาประมาณ10-15นาที (ถ้าแน่ใจว่ารูจมูกข้างไหนเลือดออก ให้ใช้นิ้วบีบจมูกนั้นโดยตรงก็ได้)ในขณะที่กำลังบีบจมูกให้เด็กอยู่ ให้เด็กค่อยๆนั่งแล้วโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยอย่างช้าๆ เพื่อให้เด็กคายเลือดในปากของเขาออกมาได้ง่ายๆ อย่าให้เด็กยกศีรษะของเขาขึ้นนะ เพราะเลือดจะถูกกลืนกินเข้าไปและทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร และจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียนและถ้าเลือดไหลออกมาเยอะอาจทำให้เด็กเกิดการสำลักก็ได้

3. รีบส่งเด็กไปโรงพยาบาลทันที
หลังจากที่ได้ทำการปฐมพยาบาลดังกล่าวแล้ว หากเลือดยังไม่หยุดไหลหรือเลือดออกเยอะมาก พร้อมมีอาการหน้าซีดเหงื่อออก ตัวเย็นและหัวใจเต้นเร็วเป็นต้น ควรรีบส่งเด็กไปโรงพยาบาลทันที นอกจากนี้หากเด็กมีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อยควรรีบไปตรวจที่โรงพยาบาลเพื่อดูว่ามีโรคจมูกอักเสบเนื้อ งอกในจมูกหรือโรคเลือดอื่น ๆหรือไม่

Advertisement

4. ให้ความสนใจกับอาหารที่ทาน
ในระหว่างเลือดกำเดาไหล ไม่ควรทานอาหารร้อนหรือเครื่องดื่มร้อน ควรทานอาหารอุ่นหรืออาหารเย็นที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและเหล็ก เช่นนมและน้ำผลไม้ หรือทานอาหารที่เป็นกึ่งของเหลวก็ได้ เช่นโจ๊กและก๋วยเตี๋ยว หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารรสเผ็ดและอาหารที่แข็ง ควรทานผักสดและผลไม้เยอะๆ

5. เพิ่มความชื้นให้กับอากาศ
ในช่วงฤดูที่อากาศร้อนโอกาสที่เด็กจะมีอาการเลือดกำเดาไหลมักจะสูง คุณสามารถวางเครื่องทำความชื้นในบ้านได้ เพื่อเพิ่มความชื้นให้กับอากาศและเด็ก

6. ไม่แคะจมูก
คุณพ่อคุณแม่ควรระวังไม่ให้เด็กแคะจมูกหรือสั่งน้ำมูกออกมาแรงๆ เพราะอาจทำให้เส้นเลือดฝอยในเยื่อบุโพรงจมูกฉีกขาดได้ง่าย

พ่อแม่ทุคนควรให้ความสนใจกับวิธีการปฐมพยาบาล เมื่อเด็กเกิดอาการเลือดกำเดาไหล ถ้าปฐมพยาบาลด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้อง อาจเป็นอันตรายต่อเด็กได้ สุดท้ายแล้ว โปรดช่วยกันกดแชร์ออกไป เพื่อให้พ่อแม่ทั้งหลายเรียนรู้วิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้องไว้

บทความที่น่าสนใจ : Siamupdate.com

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ