เอาแล้วไง!! พ่อแม่ ด.ช.วัย13ปี ขอความเป็นธรรมติดใจสาเหตุลูกชายไปอยู่ในอ่างเก็บน้ำจนเจอศพจมน้ำดับสลด หลังพบเงื่อนงำปริศนาแบบนี้!!?

เอาแล้วไง!! พ่อแม่ ด.ช.วัย13ปี ขอความเป็นธรรมติดใจสาเหตุลูกชายไปอยู่ในอ่างเก็บน้ำจนเจอศพจมน้ำดับสลด หลังพบเงื่อนงำปริศนาแบบนี้!!?

จากกรณีเด็กนักเรียนชายวัย 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ที่ได้หายตัวไปในระหว่างเดินทางมาเข้าค่ายคุณธรรม ที่ภายในสำนักปฏิบัติธรรมปิติมาตุภูมิ บ้านปางก๋อง อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ พร้อมเพื่อนและคณะครูของโรงเรียน และได้ทำการพักค้างแรมที่บริเวณดังกล่าว โดยเด็กคนดังกล่าวได้หายตัวไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 19 ม.ค.60 ที่ผ่านมา ก่อนจะพบเป็นศพจมน้ำเสียชีวิตในบ่อน้ำจุดที่ใกล้กับค่าย ตามที่ได้เสนอข่าวไปก่อนหน้านั้น

ล่าสุด นายชาคริส แจ่มเงิน และนางกาญจนา นาคคงคำ พ่อแม่ของด.ช.เนวิน นาคคงคำ หรือน้องกอล์ฟ วัย 13 ปี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนชื่อดังแห่งหนึ่งในตัวเมืองชียงใหม่ที่จมน้ำเสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวและญาติพี่น้องติดใจในสาเหตุการเสียชีวิตของน้องกอล์ฟ และไม่เชื่อว่าน้องกอล์ฟจะลงไปเล่นน้ำทั้งที่ว่ายน้ำไม่เป็น ก่อนหน้านี้น้องกอล์ฟได้ไปเข้าค่ายคุณธรรมร่วมกับเพื่อนๆ โรงเรียนเดียวกัน ตั้งแต่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 รวมเกือบ 200 คน โดยไม่คิดว่าบุตรชายจะเสียชีวิต

Advertisement

ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 20 มกราคมที่ผ่านมาทางครูได้โทรศัพท์แจ้งให้ทราบว่าบุตรชายหายไป อาจหนีไปเที่ยว จึงพากันไปตามหาพร้อมกับญาติๆ รวมทั้งจะไปค้นหาตามป่าบนภูเขาและที่บริเวณอ่างเก็บน้ำที่เกิดเหตุด้วย ซึ่งห่างจากเต็นท์ที่พักไม่ถึง 100 เมตร แต่ครูไม่ยอมให้ลงค้นหาในน้ำ และทางโรงเรียนยังคงทำกิจกรรมต่อไป จนกระทั่งไปแจ้งความตำรวจและให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาช่วยงมค้นหา ก่อนจะพบศพบุตรชายในอ่างเก็บน้ำอยู่ในสภาพกัดนิ้วมือไว้

อย่างไรก็ตาม นายชาคริส ยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ตนเองและครอบครัวยังติดใจ จึงอยากขอให้ทางตำรวจสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น และให้ความเป็นธรรมกับบุตรชายด้วย ซึ่งมีรายงานว่าคืนเกิดเหตุวันที่ 19 มกราคม เวลา 22.00 น. มีการให้เด็กนักเรียนลงแช่น้ำด้วย วอนทางตำรวจช่วยสืบสวนในประเด็นนี้อีกด้วย.

ขอบคุณ ผู้จัดการออนไลน์

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ