ล่าสุด!! สถานการณ์น้ำท่วมยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ระดับน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ เตือนหนัก 13 จว.ใต้ ยังมีฝนตกหนักโปรดติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด!!!

ล่าสุด!! สถานการณ์น้ำท่วมยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ระดับน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ เตือนหนัก 13 จว.ใต้ ยังมีฝนตกหนักโปรดติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด!!!

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ในหลายจังหวัดยังคงอยู่ในภาวะวิกฤต ระดับน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่ ขณะที่ มท.1 ได้สั่งการระดมเครื่องจักรกลให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอย่างเร่งด่วนแล้ว

ที่ จ.นครศรีธรรมราช ในพื้นที่หลายอำเภอยังมีระดับน้ำท่วมสูงในหลายอำเภอ รวมทั้งในเขตเทศบาลนครนครศรีธรรมราช โดยมีรายงานมาว่า ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ออกประกาศระบุ เนื่องจากสถานการณ์น้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างทำให้ท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช ต้องปิดให้บริการชั่วคราวและจำเป็นต้องมีการหยุดเพิ่มเติม คือ วันที่ 8 มกราคม ถึง วันที่ 9 มกราคม 2560

 สุราษฎร์ฯ น้ำหลากซัดเสาไฟฟ้าพัง

ส่วนที่บ้านหน้าถ้ำ และบ้านปากฮาย ใน ต.ท่าอุแท อ.กาญจนดิษฐ์ จ.สุราษฎร์ธานี น้ำป่าไหลหลากเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา ทำให้สะพานในหมู่บ้านขาดสะบั้น ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรไปมาได้ โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถซ่อมแซมถนนและสะพานได้ในตอนนี้เพราะบางช่วงเวลายังมีฝนตกหนัก สภาพดินยังอ่อนและยุบตัวตลอดเวลา นอกจากนี้น้ำป่าไหลหลาก ยังทำให้เสาไฟฟ้าล้มพังเสียหายหลายแห่ง อีกทั้งต้นยางพาราล้มทับสายไฟฟ้าแรงสูงขาด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคต้องตัดกระแสไฟฟ้าชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยทำให้ชาวบ้านประมาณ 300 ครัวเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้มา 2 วันแล้ว

"เกาะสมุย" ปักธงแดงห้ามนักท่องเที่ยวเล่นน้ำ

ที่ อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วันนี้ยังมีฝนตกตั้งแต่เช้าและตกหนักในบางช่วงทำให้ระดับน้ำท่วมขังบนถนนทางไปหาดเฉวง ซึ่งเป็นย่านเศรษฐกิจหลักของเกาะสมุย ระดับน้ำสูงประมาณ 30–50 ซม. การสัญจรไปมายากลำบากเป็นเวลาร่วม 3 วันแล้ว

ส่วนที่บริเวณชายหาดเฉวง ทางผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวเกาะสมุยและผู้ประกอบการธุรกิจการโรงแรม ได้นำธงแดงมาปัก เป็นสัญลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวทราบว่า ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำในช่วงนี้อย่างเด็ดขาด เนื่องจากในท้องทะเลยังมีคลื่นลมแรงจัด อาจได้รับอันตรายได้

ตรังประกาศ 6 อำเภอเป็นเขตภัยพิบัติ

สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.ตรัง ได้ขยายวงกว้างเพิ่มมากขึ้นหลังมีฝนตกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาประกอบเป็นพื้นที่รับน้ำจากอำเภอทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ทำให้พื้นที่รับน้ำสองฝั่งแม่น้ำตรัง โดยในพื้นที่ ต.ควนธานี อ.เมือง ถูกน้ำเข้าท่วมสูงกว่า 1 เมตร บ้านเรือนและพื้นที่เพาะปลูกจมอยู่ใต้บาดาล ขณะที่โรงเรียนซึ่งอยู่ใกล้พนังกั้นแม่น้ำตรัง ซึ่งได้พังทลายลงเมื่อน้ำท่วมครั้งที่แล้ว และยังไม่มีการซ่อมแซม ทำให้น้ำเริ่มเข้าท่วมโรงเรียน คือ โรงเรียนคลองขุด น้ำก็ไหลเข้าท่วมโรงเรียนอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางคณะครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าเก็บอุปกรณ์การเรียน การสอน ขึ้นสู่ที่ปลอดภัย และมีการสั่งปิดโรงเรียนอย่างไม่มีกำหนด 

สำหรับ จ.ตรัง ล่าสุด จังหวัดมีการประกาศ 6 อำเภอ เป็นเขตภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว คือ อ.นาโยง,รัษฎา /ห้วยยอด/ วังวิเศษ/ กันตัง และ อ.เมือง โดยมีน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตรภายในเวลา 2 ชั่วโมง ส่วนระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นหลายอำเภอ ทำให้ถนนเลี่ยงเมืองตั้งแต่สี่แยก อ.ต.ก ไปจนถึงสี่แยกนาขา อ.เมือง ต้องปิดการจราจรเป็นระยะทางยาวประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งจ.ตรังมีผู้ประสบภัยน้ำท่วมรวม 43,052 คนและมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 คน

Advertisement

น้ำทะสาบสงขลาหนุนท่วม 4 อำเภอ

สถานการณ์น้ำท่วมที่จ.สงขลา ล่าสุดทางสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจ.สงขลา รายงานว่า ขณะนี้มีพื้นที่ 5 อำเภอที่ถูกน้ำท่วมประกอบด้วย อ.สะบ้าย้อย ซึ่งถูกน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วม และ อ.ระโนด /กระแสสินธิ์ /สทิงพระ และอ.สิงหนคร ซึ่งถูกน้ำจากทะเลสาบสงขลาหนุนเข้าท่วม

แต่พื้นที่ต้องเฝ้าระวังและน่าเป็นห่วงที่สุดของจ.สงขลาคือ ใน 4 อำเภอริมทะเลสาบสงขลา ทั้งอ.ระโนด /กระแสสินธิ์ /สทิงพระ และอ.สิงหนคร เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำที่หนุนท่วมเท่ากับเหตุน้ำท่วมใหญ่เมื่อช่วงเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากฝนที่ยังตกต่อเนื่อง และมวลน้ำที่ไหลมาจากจ.นครศรีธรรมราช และจ.พัทลุง ที่ระบายผ่านทะเลสาบสงขลาลงสู่อ่าวไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชนและพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ลุ่มต่ำติดกับทะเลสาบสงขลาทั้ง4อำเภอ

มท.1 สั่งระดมเครื่องจักรกลกู้น้ำท่วมภาคใต้

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) กล่าวว่า ขณะนี้มีพื้นที่ประสบอุทกภัย 10 จังหวัด ได้แก่ พัทลุง นราธิวาส ยะลา สงขลา ปัตตานี ตรัง นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี ชุมพร และระนอง เนื่องจากมีฝนตกหนักในพื้นที่โดยรัฐบาลประกาศยกระดับการจัดการสาธารณภัยในพื้นที่ภาคใต้เป็นระดับ 3 และได้จัดตั้งกองบัญชาการส่วนหน้า ณ ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 11 สุราษฎร์ธานี และเขต 12 สงขลา พร้อมระดมสรรพกำลัง เครื่องจักรกลสาธารณภัย อาทิ รถยกสูง รถผลิตน้ำดื่ม เรือท้องแบน รถไฟฟ้าส่องสว่าง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย อุปกรณ์ช่วยเหลือพิเศษ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคใต้

โดยให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก แจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภคแก่ผู้ประสบภัยอย่างทั่วถึง รวมถึงให้บริการการขนย้ายสิ่งของและอพยพผู้ประสบภัย ซ่อมแซมเส้นทางคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค ทั้งไฟฟ้า ประปา การสื่อสาร ให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ เพื่อให้ประชาชนดำเนินชีวิตได้ในเบื้องต้น พร้อมเร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำออกสู่ทะเลและแหล่งน้ำสาธารณะต่างๆ เพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

ทร.ส่งเรือช่วยระบายน้ำเมืองคอน

พลเรือโท สุธีพงศ์ แก้วทับ รองเสนาธิการทหารเรือ ในฐานะรองเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เป็นประธานในพิธีส่งหมู่เรือบรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ โดยเรือหลวงอ่างทอง ซึ่งเป็นเรือลำเลียงเรือผลักดันน้ำไปยังพื้นที่ประสบอุทกภัย และเป็นฐานปฏิบัติการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช และ 7 จังหวัดภาคใต้ ณ อู่ทหารเรือป้อมพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

 

เรือผลักดันน้ำ 30  ลำถึงนครศรีธรรมราช

ล่าสุดรถบรรทุกลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 30 ลำ ของศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เดินทางถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันวางแผนติดตั้งเรือผลักดันน้ำกับป้องกันภัยจังหวัด และกรมชลประทานจังหวัด และจะติดตั้งให้เสร็จสิ้นในเช้าวันนี้  เพื่อเร่งระบายน้ำสู่ทะเล

ทหารช่วยตัดหญ้าแจกให้อาหารสัตว์เลี้ยง

นอกจากการนี้ อุทกภัยที่เกิดขึ้น ยังทำให้สัตว์เลี้ยงของชาวบ้านไม่ที่อยู่  และขาดแคลนอาหาร เริ่มล้มตาย ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วย อย่างที่ จังหวัดพัทลุง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองพันทหารช่างที่ 402 (ศบภ.ช.พัน.402 /ช.พัน.401,ช.พัน.402) ได้จัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์ ตัดหญ้าสำหรับอาหารสัตว์และนำไปแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน เพื่อนำไปเลี้ยงสัตว์ในพื้นที่ ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

13 จว.ใต้ฝนยังหนัก-ปัตตานี ยะลา นราฯ 9 ม.ค.ฝนลดลง

 สำหรับคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาล่าสุดเมื่อ ตี  5 ที่ผ่านมา มีประกาศฉบับที่ 41 เรื่อง“ฝนตกหนักถึงหนักมากภาคใต้ตอนล่าง และคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย ”

ระบุว่าหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมทะเลอันดามันและภาคใต้ฝั่งตะวันตก เคลื่อนตัวทางทิศเหนืออย่างช้าๆ คาดว่าจะเคลื่อนเข้าอ่าวมะตะบันและประเทศเมียนมาในวันที่ 10 มกราคม 2560 ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล จึงให้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ปริมาณฝนที่ตกสะสม น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ที่จะเกิดขึ้น

ส่วนภาคใต้ตอนล่างบริเวณจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เริ่มมีปริมาณฝนลดลง โดยในภาพรวมของสถานการณ์ฝนในบริเวณภาคใต้จะลดลงในวันที่ 9 มกราคม 2560

ขณะเดียวกันยังมีคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร