ชีวิตสุดรันทด!! สาววัย 47 เลี้ยงลูก 4 คน ถูกสาดน้ำกรดใส่หน้าจนเสียโฉมเลยต้องลาออกจากงานอาศัยบ้านเก่าๆผุพัง ไม่มีแม้แต่ห้องส้วมไว้ใช้ วอนขอผู้ใจบุญโปรดเมตตาช่วยเหลือ!! (รายละเอียด)

ชีวิตสุดรันทด!! สาววัย 47 เลี้ยงลูก 4 คน ถูกสาดน้ำกรดใส่หน้าจนเสียโฉมเลยต้องลาออกจากงานอาศัยบ้านเก่าๆผุพัง ไม่มีแม้แต่ห้องส้วมไว้ใช้ วอนขอผู้ใจบุญโปรดเมตตาช่วยเหลือ!! (รายละเอียด)

วอนช่วยแม่ลูก 4 ต้องเลี้ยงลูกเพียงลำพังในพัทลุง หลังสามีหนีหาย ชีวิตสุดรันทด เคยเป็นดาวมหาวิทยาลัย แต่มาถูกสาดน้ำกรดใส่หน้าจนเสียโฉม ต้องลาออก ทุกวันนี้รับจ้างเลี้ยงไก่หาเงิน อาศัยบ้านเก่าๆผุพัง ไม่มีแม้ห้องส้วมไว้ใช้...

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.59 นางอุบล ทองสลับล้วน พัฒนาสังคมและความมั่นคงจังหวัดพัทลุง ได้พาคณะพร้อมผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 3 ต.โคกสัก อ.บางแก้ว จ.พัทลุง ซึ่งเป็นบ้านของ นางเครือสงขลา สุวรรณโณ อายุ 47 ปี

ทั้งนี้พบว่า บ้านหลังดังกล่าวเป็นบ้านชั้นเดียว ยกพื้นสูงประมาณ 20 เซนติเมตร สภาพบ้านเก่าทรุดโทรม ไม้ผุพัง ทั้งฝาบ้าน พื้นไม้บ้าน โดยบ้านแบ่งเป็น 2 ห้อง ห้องแรกเป็นที่นอนของครอบครัว ที่มีร่องกระดานมองเห็นด้านล่างอย่างชัดเจน อีกห้องเป็นที่ทำครัว โดยมิได้ยกพื้น ส่วนการหุงข้าวจะใช้ไม้ฟืน เนื่องจากไม่มีหม้อหุงข้าว ไม่มีโทรทัศน์ พัดลม

นอกจากนี้ก็ไม่มีห้องส้วมเหมือนบ้านทั่วๆ ไป เวลาถ่ายอุจจาระก็ต้องไปขุดหลุมหลังบ้าน ส่วนที่ดินก็ไม่ได้เป็นของตนเอง เนื่องจากญาติๆ ได้ขายไปก่อนหน้านี้หลายปีแล้ว  สภาพหลังคามีร่องรอยการซ่อมแซมจากเพื่อนบ้านที่เพิ่งเสร็จสิ้นใหม่ๆ ส่วนห้องด้านหน้าเป็นห้องเก็บสิ่งของภายในบ้าน และก่อนหน้านี้ก็พบตัวตะขาบ แมงป่อง ซ่อนตัวอยู่ใต้ที่นอนของครอบครัวดังกล่าวหลายตัว จนเป็นที่น่าอนาถและน่าสงสารของผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

Advertisement

สำหรับครอบครัวของนางเครือสงขลา ประกอบด้วย นางสาวพรพรรณ แซมทอง อายุ 19 ปี ซึ่งพิการทางหู นายชโลธร แซมทอง อายุ 17 ปี ด.ญ.ชลธิชา แซมทอง อายุ 15 ปี และ ด.ช.ศิริเชษ แซมทอง อายุ 11 ปี

นางเครือสงขลา กล่าวว่า ตนเคยศึกษาในระดับปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ในปี 2532 และเคยได้รับรางวัลดาวมหาวิทยาลัยในปีเดียวกัน ต่อมาในปี 2533 ได้ถูกคนร้ายบุกเข้ามาใช้น้ำกรดสาดหน้าในขณะที่ตนเองกับเพื่อนอยู่ในบ้านเช่า จนทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัสบริเวณใบหน้า ลำตัว

ส่วนเพื่อนอีก 3 ตน ก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกัน ซึ่งข่าวดังกล่าวทางหนังสือพิมพ์ไทยรัฐได้เสนอข่าวหน้าหนึ่งมาแล้ว ต่อมาตนต้องออกจากมหาวิทยาลัย เพราะไม่สามารถจบหลักสูตรได้ เพราะไม่ได้ฝึกสอน เนื่องจากอับอายที่ใบหน้าเสียโฉม ตนได้ส่งใบสมัครไปสมัครเป็นครูสอนในโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในตัวเมืองพัทลุง แต่เมื่อไปรายงานตัว เขาก็ปฏิเสธการรับเป็นครู

ปัจจุบันตนได้ยึดอาชีพเป็นลูกจ้างในฟาร์มเลี้ยงไก่แห่งหนึ่งใน อ.ตะโหมด จ.พัทลุง โดยออกจากบ้านในตอนเช้า กลับประมาณ 6 โมงเย็น แต่ก็ได้ส่งเสียลูกๆ ทั้ง 4 คนให้ได้รับการศึกษาทุกคน ส่วนสามีไปทำงานในกรุงเทพฯ โดยไม่ได้รับการติดต่อ และกลับบ้านมาประมาณ 2 ปีแล้ว

สำหรับผู้ใจบุญท่านใดอยากช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว สามารถทำผ่านธนาคารออมสิน สาขาตะโหมด เลขบัญชี 020075074110 ชื่อบัญชี ด.ญ.ชลธิชา แซมทอง

Advertisement

กดติดตาม สยามวาไรตี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงาน และติดตามข่าวสารดีๆ พร้อมนำเสนอให้ท่านสมาชิกไม่พลาดทุกข่าวที่สนใจ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ